พบวัยรุ่น-ผู้ใหญ่ใช้ยาคุมฉุกเฉินแบบไม่รู้จริง กินประจำแทนยาคุมธรรมดา เพราะขี้เกียจ หาง่าย ราคาถูก หวั่นมีเพิ่มสูงขึ้น แพทย์ชี้ไม่ควรใช้ “ยาคุมฉุกเฉิน” เกิน 2 ครั้งในชีวิต เพราะเสี่ยงต่อมะเร็งและผลข้างเคียงต่อร่างกาย ย้ำใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น แฉเคยมีเด็กถูกแฟนหลอกให้กินหลังมีเพศสัมพันธ์
นางทัศนีย์ ศรีมงคล ผู้อำนวยการโครงการภาคเหนือสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวถึง ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันว่า
แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ยาแต่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งสูงกว่ายาคุมกำเนิดโดยทั่วไปถึง 2 เท่า เมื่อผู้ใช้รับประทานเข้าไปก็จะไประงับการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ขณะเดียวกันก็จะมีผลข้างเคียงต่อสตรีที่รับยานี้
“พอเห็นว่าสามารถคุมการตั้งครรภ์ได้ดีก็ใช้ยาตัวนี้ คือขี้เกียจกินยาคุมกำเนิด เพราะยาคุมกำเนิดจะต้องกินทุกวัน ก็ใช้ตัวนี้แทน พอมีเพศสัมพันธ์เสร็จก็ทานยาตัวนี้ ซึ่งจะต้องทานหลังร่วมเพศไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเกิดว่าสัปดาห์หนึ่งมีเพศสัมพันธ์ 3 หน จะต้องทานยาตัวนี้ 3 ครั้ง เดือนหนึ่งตั้งเป็นสิบ ๆ ครั้ง แปลว่าผู้หญิงคนนี้ได้รับฮอร์โมนสูงมาก จะเป็นอันตรายกับตัวเขา” นางทัศนีย์กล่าว
นางทัศนีย์กล่าวต่อไปว่า ตนได้ไปบรรยายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีเด็กผู้หญิงชั้น ม.5 คนหนึ่งมาเล่าให้ตนฟังว่ามีแฟนเป็นทหารอากาศ ซึ่งแฟนมารับไปนอนด้วยทุกวัน พอนอนด้วยเสร็จแล้วผู้ชายก็ให้กินยาเม็ดขาว ๆ เม็ดหนึ่ง อยากจะรู้ว่าเป็นยาอะไร ซึ่งตนทราบว่ายาเม็ดสีขาวดังกล่าวเป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน และเด็กผู้หญิงนั้นถูกผู้ชายหลอกให้รับประทาน
“คิดดูนะคะ กินยาคุมกำเนิดทุกวัน พอถึงระยะหนึ่งเรายังต้องเปลี่ยนเลย ผู้หญิงที่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดหรือฉีดยา หรือรับอย่างใดอย่างหนึ่งไปภายในไม่เกิน 10 ปีต้องเปลี่ยนวิธีแล้ว แต่นี่เด็กผู้หญิงซึ่งยังเด็กด้วยซ้ำไป ถ้าทานยานี้ทุกวัน ๆ จะเกิดอะไรขึ้น” นางทัศนีย์กล่าว
และระบุว่านี่เป็นเพียงหนึ่งรายที่ตนบังเอิญไปพบเท่านั้น หากมีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่รู้ก็จะมีการใช้ยานี้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีราคาถูกเพียงกล่องละ 35 บาทและหาซื้อได้ทั่วไป ดังนั้นจึงควรมีการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเอกสาร “ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน” ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในกล่องยาคุมฉุกเฉิน 1 กล่องจะมียา 2 เม็ด ผู้ใช้ต้องกินทั้ง 2 เม็ด โดยกินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ และกินเม็ดที่สองเมื่อครบ 12 ชั่วโมงหลังจากกินเม็ดแรกแล้ว
ทั้งนี้ไม่สามารถทำให้เกิดการแท้งหรือทำอันตรายแก่เด็กในครรภ์หากเกิดการตั้งครรภ์แล้ว อย่างไรก็ตามในเอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าให้กินได้ไม่เกิน 2 ครั้งในชีวิตแต่อย่างใด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น