10/04/2552

ท้าวกำพร้าเรียนมนต์ตด

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีเด็กน้อยกำพร้าอยู่คนหนึ่ง ญาติพี่น้องไม่มีใครสนใจ


เขาจึงต้องเที่ยวเร่ร่อนขอทานตามหมู่บ้านต่างๆ พอได้กินไปวันๆ

หลวงพ่อที่วัดแห่งหนึ่งสงสารจึงรับเลี้ยงไว้เป็นลูกศิษย์ในวัด

ในสมัยนั้นเด็กผู้ชายจะต้องออกจากบ้านไปหาเรียนวิชาแล้วแต่ใครต้องการเรียนอะไร

หลวงพ่อก็สั่งท้าวกำพร้าให้ไปเรียนวิชาเช่นกัน โดยก่อนไปได้กำชับว่า

"เรียนอะไรก็เรียนให้จบ และอยากเรียนอะไรก็ให้เลือกเรียนได้ตามใจชอบหลวงพ่อไม่ว่าอะไร"

ณ สำนักเรียนที่มีอาจารย์เก่งทางวิชาอาคมเวทมนตร์ต่างๆ เปิดสอนให้กับผู้คนทั่วไป

โดยเฉพาะคนหนุ่มๆนิยมไปเรียนกันมาก หลายคนเลือกเรียนวิชาตามใจชอบ

แต่ท้าวกำพร้ากลับเลือกเรียนในวิชาที่ไม่มีใครเรียนกัน นั่นคือ "วิชามนต์ตด"

เขาเพียรพยายามเรียนจนจบตามที่หลวงพ่อสั่งไว้ว่าเรียนอะไรก็เรียนให้จบ

ข่าวการเรียนมนต์ตดได้ยินไปถึงหูของญาติพี่น้องของเขา ยิ่งเพิ่มความจงเกลียดจงชังมากขึ้น

"เรียนอะไรไม่เรียนไปเรียนมนต์ตด ไม่ต้องเรียนมันก็ตดอยู่แล้ว ไปเรียนให้เสียเวลาทำไม"

ญาติคนหนึ่งบ่น

อันตัวข้าพเจ้ามีนามกรว่า...ท้าวกำพร้า

ได้ศึกษาวิชา...มนตราว่าด้วยตด...ทั้งตดยาว...ตดสั้น

ตดไปข้างหน้า...ตดมาข้างหลัง...ตดลอยสูง...ตดลอยต่ำ

ตดควบคุมเสียง...ตดเสียงสูง...เสียงต่ำ...ตดดัง...ตอค่อย

ตดไร้เสียง...................................................................

..................................................................................

ตดควบคุมกลิ่น...ทั้งกลิ่นหนา...กลิ่นบาง...ตดสร้างมิตร...

เสน่ห์ยาแฝด...ตดใส่หญิง หญิงรัก...ตดใส่ชาย ชายหลง..

..ตดใส่ตุ๊ด ตุ๊ดเป็นลม...เอ้ยไม่ใช่...หลงคารม.................

ตดกลิ่นทำลายมิตรภาพ...........ตดพิฆาตศัตรูพ่าย......

..........................................เมื่อศึกษาจนแตกฉาน

คิดทำการณ์สิ่งใด ก็สำเร็จดังประสงค์

พอเรียนจบเขากลับมาหาหลวงพ่อและเล่าเรื่องราวการเรียนให้หลวงพ่อฟัง

หลวงพ่อไม่ว่าอะไรได้แต่ให้กำลังใจว่า

"ใครจะว่าอะไรก็อย่าไปสนใจ วิชาอะไรทุกอย่าง

มันมีคุณทั้งนั้น ขอให้รักษาวิชาตดไว้ให้ดีบางทีเราอาจได้อาศัย"

อยู่มาวันหนึ่งมีเรือสำเภาขนาดใหญ่ขนสัมภาระเพื่อไปจำหน่ายมากมาย

พอไปถึงหมู่บ้านนั้นเกิดไปติดหาดทรายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

จ้างคนทั้งหมู่บ้านลากเข็นก็ไม่ไป พอดีเท้ากำพร้าเดินไปพบเข้าจึงพูดออกไปว่า

"เรือติดแค่นี้ ไม่ต้องทำอะไรมากเลย เพียงแค่ฉันตดใส่เท่านั้นก็เคลื่อนออกได้แล้ว"

นายสำเภาได้ยินดังนั้นก็โกรธแค้นมาก คิดว่าท้าวกำพร้าพูดสบประมาท

"ข้าจ้างคนทั้งหมู่บ้านยังลากออกไม่ได้ เอ็งเก่งมาจากไหนวะจะมาตดใส่ให้สำเภาเคลื่อนออกไปได้"

พอพูดจบนายสำเภาก็สั่งลูกน้องให้จับตัวท้าวกำพร้าไว้ ฐานพูดจาดูหมิ่น

"ช้าก่อนท่าน" ท้าวกำพร้าชิงพูดขึ้น

"ข้ายังไม่ทันตดให้ดูเลย ทำไมท่านถึงคิดว่าทำไม่ได้ต้องพิสูจน์กันก่อนซิ

ถ้าข้าตดแล้วสำเภาออกไปได้ ท่านจะยอมให้สินค้าทั้งหมดบนเรือแก่ข้าไหม"

"ตกลง...ถ้าสำเภาเคลื่อนไปได้ ข้าจะยกสินค้าในสำเภาให้เอ็งหมด แต่ถ้าเคลื่อนไม่ได้

เอ็งจะต้องถูกฆ่าตาย" นายสำเภาตกลงและต่อรอง

เมื่อตกลงดังนั้นแล้ว ท้าวกำพร้าจึงยกมือเหนือหัวแล้วอธิษฐานถึงครูบาอาจารย์

เสร็จแล้วจึงเบ่งตดออกมาเสียงดัง.... "ป้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"

ทุกคนตกตะลึงแทบไม่เชื่อสายตาและหู ที่สำเภาได้ค่อยๆเคลื่อนออกจากหาดทราย

นายสำเภาดีใจมาก จึงได้มอบสินค้าทุกอย่างที่มีบนเรือ ให้หนุ่มน้อยไปตามสัญญา

จากนั้นท้าวกำพร้าก็มีฐานะร่ำรวย ไม่อดอยากอีกต่อไป

จบบริบูรณ์....


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


"คิดจะเรียนอะไรก็เรียนให้จบ อยากจะเรียนอะไรก็ให้เลือกเรียนได้ตามใจชอบ

ใครจะว่าอย่างไรก็อย่าไปสนใจ วิชาอะไรทุกอย่างมันมีคุณทั้งนั้น"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

มาฟังเพลงใหม่ ๆ กับ DJ.Meemeo