10/05/2552

การเจริญเติบโตของเด็ก


การบริบาลทารกและโรคทางกุมารเวชศาสตร์ โดย นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา


การเจริญเติบโตของเด็ก

เด็ก ที่มีสุขภาพดีและมีความสุขจะต้องมีการเจริญเติบโตทางร่างกายสมอง เชาวน์ปัญญา อารมณ์ และมีการพัฒนาทางพฤติกรรมต่อสังคมอย่างประสมประสานกัน สิ่งที่ใช้ประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ดูได้จาก ๒ ด้าน คือ
๑. การเติบโตทางร่างกาย ซึ่งสามารถวัดได้
๒. การพัฒนา คุณภาพ หรือหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ซึ่งแสดงออกมาในด้านพฤติกรรม
การประเมินสองด้านนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยที่การเจริญเติบโตของเด็กแต่ละคนอยู่ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยต่างๆ เช่น การถ่ายทอดพันธุกรรมจากพ่อแม่ สภาพโภชนาการการเจ็บป่วย การศึกษาของตัวเด็กเอง คุณภาพทางอารมณ์ของบุคคล ตลอดจนสภาพแวดล้อมภายในบ้าน และสภาพของสังคม ภูมิประเทศที่เด็กอาศัยอยู่ ดังนั้น แม้แต่พี่น้องท้องเดียวกัน อาจมีการการเจริญเติบโตและพัฒนาการแตกต่างกันได้ แต่ก็สามารถกำหนดมาตรฐานปกติ ตลอดจนค่าที่อาจแตกต่างได้จากการศึกษาเป็นจำนวนมาก

วิธีการที่ใช้วัดการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กในปัจจุบัน มีดังนี้

ก. การวัดการเจริญเติบโตทางร่างกาย

ข. การวัดการเจริญเติบโตทางด้านพฤติกรรม


ก. การวัดการเจริญทางร่างกาย

๑. น้ำหนัก การชั่งน้ำหนักเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนทำได้ง่าย เด็กที่มีน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว แสดงว่าสุขภาพและ โภชนาการไม่ดี การชั่งน้ำหนักหลายๆ ครั้ง แล้วนำมาเปรียบเทียบถึงการเปลี่ยนแปลง จะมีประโยชน์และทราบสภาพของเด็กได้ดีกว่าการชั่งน้ำหนักเด็กครั้งเดียว เด็กที่อ้วนฉุ มีน้ำหนักมาก ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนั้นมีสุขภาพดี เด็กที่มีกล้ามเนื้อสมบูรณ์จะมีสุขภาพดีกว่าเด็กอ้วนฉุและปวกเปียก

๒. ส่วนสูง การวัดส่วนสูงแสดงถึงการเจริญเติบโตของร่างกายที่แน่นอนอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงทางความสูงจะเกิดขึ้นช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก เด็กที่สูงช้ากว่าปกติแสดงว่ามีสภาพโภชนาการไม่สมบูรณ์เป็นระยะเวลานานพอ สมควร เช่น วัยทารก จะใช้เวลาประมาณ ๒-๓ เดือน จึงจะเห็นว่าความสูงช้ากว่าปกติ การวัดความสูงทำให้ได้ความแน่นอนยากกว่า การชั่งน้ำหนัก เด็กอายุต่ำกว่า ๒ ปี ต้องนอนวัดและมีผู้ช่วยคอยจับ

๓. ขนาดของสมอง สมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงแรกของชีวิต การประเมินขนาดของสมองอาจทำได้โดยการวัดความยาวของเส้นรอบศีรษะ ในเด็กปกติแรกคลอดมีความยาวประมาณ ๓๕ เซนติเมตร เมื่ออายุ ๑ ปี จะยาว ๔๗ เซนติเมตร จากอายุ ๑ ปีจนถึง ๒ ปี จะยาวขึ้นเพียง ๒-๓ เซนติเมตร และมีขนาดประมาณ ๕๕ เซนติเมตรเมื่ออายุ ๖ ปี

เมื่ออายุครบ ๑ ปี เซลล์ของสมองจะมีการเจริญเกือบสมบูรณ์แต่ทำหน้าที่ยังไม่สมบูรณ์ การทำงานของสมองจะดีหรือไม่ขึ้นกับการที่สมองได้รับอาหาร การกระตุ้น และการใช้อย่างถูกต้อง

๔. เนื้อหนัง ลักษณะของผิวหนังและเนื้อทั่วไป จะบอกถึงสภาพโภชนาการว่าดีหรือเลวได้ เช่น ผิวตึง เนื้อเป่ง แขนขาเป็นปล้อง แสดงถึงความสมบูรณ์ พวกผิวหนังแห้ง มีรอยย่นตามยาวของแขนขาคล้ายริ้วปลาแห้ง มีกล้ามเนื้อและไขมันใต้ผิวหนังน้อย กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก แสดงถึงสภาพโภชนาการไม่ดี การดูสภาพเนื้อหนังนี้ เราสามารถวัดได้โดยวัดเส้นรอบวงแขน วัดความหนาของไขมันใต้ผิวหนัง หรือวัดขนาดของกล้ามเนื้อ

๕. ฟัน ฟันชุดแรกของเด็ก เรียกว่า "ฟันน้ำนม"มี ๒๐ ซี่ จะเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุ ๖ เดือน และขึ้นครบเมื่ออายุประมาณ ๒๔-๓๐ เดือน การขึ้นของฟันจะมีอันดับก่อนหลังของแต่ละซี่ โดยเริ่มจากฟันหน้ากลางล่าง และสิ้นสุดที่ฟันกรามหน้า การงอกของฟันจะขึ้นกับสภาพโภชนาการของเด็ก เด็กที่ได้รับโภชนาการเลว ฟันจะขึ้นช้า ฟันชุดที่สองเรียกว่า "ฟันแท้" มีจำนวน ๓๒ ซี่ จะเริ่มขึ้นเมื่อ อายุ ๖ ปี ที่ฟันหน้าบนก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แทนฟันน้ำนมที่หลุดไป
 
สภาพการกินอยู่กับการเจริญเติบโตของเด็ก




สภาพการกินอยู่กับการดำเนินชีวิตของเด็ก จะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีมากมาย และมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเป็นการยากที่จะแยกแยะได้เด็ดขาด เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัยความสะอาด การศึกษา ขนาดและฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ฯลฯ หัวข้อสำคัญที่พึงระลึก คือ

๑. โภชนาการ นับตั้งแต่เด็กคลอดจากครรภ์แม่ เด็กจะต้องได้รับอาหารโดยตรง อาหารจึงมีบทบาทที่สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตทางร่างกาย และสมอง โดยเฉพาะช่วงแรกของชีวิต (วัยทารก) อาหารจะเป็นสื่อสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ซึ่งอาจสรุปได้ว่า ความมุ่งหมายของการให้อาหารทารกและเด็ก ทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตเป็นปกติและมีสุขภาพดี มีนิสัยการกินที่ดีและถูกต้อง เป็นการวางรากฐานของสุขภาพทางกาย อารมณ์และจิตใจ ลดอัตราเจ็บป่วยในปัจจุบันและอนาคต และเป็นสื่อให้แม่และเด็กใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการให้นม

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว อาหารที่เด็กได้รับ นอกจากนมแม่แล้ว จะต้องประกอบด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและให้พลังงานจำนวนเพียงพอ และเหมาะสม การได้รับมากเกินต้องการ จะมีผลเสียทำให้เด็กอ้วนเกิน มีอัตราเจ็บป่วยได้สูงทั้งปัจจุบันและอนาคต ชนิดของอาหารจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของเด็ก สำหรับพลังงานจากอาหารที่เด็กควรได้รับควรจะมีอัตราส่วนตามน้ำหนักตัว เด็กเล็กจะมีการเติบโตเร็ว จึงมีความจำเป็นต้องการจำนวนพลังงานจากอาหารสูงกว่า

๒. สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ร่างกายของเด็กมีภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้น สภาพสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กโดยตรง เช่น น้ำสะอาดไม่เพียงพอ การกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลไม่ดี บ้านช่องสกปรกรกรุงรัง ซึ่งต้องแก้ไขการให้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะการให้ภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อแก่เด็ก (วัณโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และไขสันหลังอักเสบ ฯลฯ) ให้มีความสำคัญยิ่งขึ้น

๓. สภาพทางจิตใจ เด็กจะเจริญพัฒนาทางร่างกายและจิตใจเป็นปกติได้ดี ถ้าได้รับความรัก ความอบอุ่นจากแม่และผู้ใกล้ชิด การเล่นเป็นการส่งเสริมประสบการณ์ในการพัฒนาและ การแก้ปัญหา เครื่องเล่นของเด็กจึงควรเป็นของที่ปลอดภัยและส่งเสริมการพัฒนาด้านต่างๆ ของเด็กด้วย

๔. สภาพของชุมชนบางกลุ่ม ชุมชนที่หนาแน่นในเมืองและชุมชนที่อยู่ห่างไกลในชนบทย่อมมีผลกระทบต่อการ เจริญเติบโตของเด็กได้ ชุมชนที่หนาแน่นในเขตเมือง โดยเฉพาะชุมชนแออัด การเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต ที่อยู่อาศัยแออัด ผิดสุขลักษณะ รายได้น้อย การคร่ำเครียดต่อการทำงาน ไม่มีโอกาสให้การดูแลและความใกล้ชิดต่อเด็ก สภาพต่างๆ เหล่านี้ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

สำหรับชุมชนที่อยู่ไกลหรืออยู่ในชนบท การคมนาคมไม่สะดวก ความรู้แผนใหม่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาของเด็กขาดไป ความเชื่อถือและการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ตกทอดมาบางอย่าง ไม่เหมาะสมและอาจเป็นอันตราย การให้บริการทางการแพทย์ไม่ทั่วถึง และการออกมารับบริการของชาวบ้านก็ไม่สะดวก จากการสำรวจ ชาวเขาบางกลุ่มมีอัตราการตายของทารก (เกิดจนอายุ ๑ ปี) สูงถึง ๖ เท่าของอัตราเฉลี่ยของประเทศ และยังตรวจพบอีกว่า เด็กชาวเขามีพยาธิอยู่ในลำไส้ถึงร้อยละ ๙๐ สภาพของชุมชนดังกล่าว จึงมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กเป็นอย่างมาก  
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

มาฟังเพลงใหม่ ๆ กับ DJ.Meemeo